Header Ads

วิธีลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า มีสิทธิ์ได้ทุกบ้าน 300-6,000 บาท

วิธีลงทะเบียนขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า มีสิทธิ์ได้ทุกบ้าน 300-6,000 บาท


          คืนเงินประกันไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 (โควิด 19) มีเงื่อนไขอย่างไร บ้านไหนจะได้เท่าไร มาอ่านรายละเอียดกันเลย

          นอกจากรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรค COVID-19 (โควิด 19) แล้ว ประชาชนทั่วไปก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่จะมีผู้ได้รับผลประโยชน์กว่า 23 ล้านคน ตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า เงินประกันการใช้ไฟฟ้า คืออะไร แล้วเราจะได้รับเงินคืนด้วยไหม หรือต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้รวบรวมข้อมูลมาบอกต่อแล้ว

ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

เงินประกันการใช้ไฟฟ้า คืออะไร ?

          เงินประกันการใช้ไฟฟ้า หรือบางคนอาจเรียกว่า ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเงินที่เราต้องจ่ายในครั้งแรกที่ไปยื่นเรื่องขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งแต่ละบ้านจ่ายในอัตราไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน และโดยปกติแล้วจะได้รับเงินประกันคืนก็ต่อเมื่อเราไปขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่จากนโยบายช่วยลดภาระให้ประชาชนช่วงโคโรนาไวรัสระบาด เราจึงจะได้รับเงินประกันส่วนนี้คืนมา โดยไม่ต้องไปขอยกเลิกการใช้ไฟฟ้า

          ทั้งนี้ การวางหลักประกัน มีทั้งเงินสด พันธบัตร หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารก็ได้

ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

ทำไมถึงต้องเก็บเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ?

          สาเหตุที่ต้องเก็บเงินส่วนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปยื่นเรื่องขอใช้ไฟฟ้า ก็เพื่อเป็นเงินประกันล่วงหน้า หากบ้านไหนไม่ยอมจ่ายค่าไฟฟ้า การไฟฟ้าฯ ก็จะยึดเงินประกันที่เราเคยจ่ายไว้กลับเข้ารัฐ

ใครมีสิทธิ์ขอคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า ?

          - ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก 

          - ผู้ที่สามารถลงทะเบียนติดต่อขอรับเงินคืนได้ ต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ผู้วางเงินประกัน ณ เวลาที่มาแจ้งขอใช้มิเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น

          -สำหรับผู้ที่จะขอใช้ไฟฟ้ารายใหม่ หลังจากนี้จะไม่ต้องวางเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

จะได้เงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าคืนเท่าไร ?

          แต่ละบ้านจะได้รับเงินไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์ที่ใช้อยู่ โดยมิเตอร์แต่ละขนาดจะมีอัตราเงินประกัน ดังนี้

ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า
หมายเหตุ : ตัวเลข 5 (15) หมายถึง มิเตอร์ 5 แอมป์ ใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 15 แอมป์

          และทราบไหมว่าเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่เราจ่ายไป จะได้รับดอกเบี้ยด้วย โดยแบ่งเป็น 2 กรณีคือ
          1. ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ และกิจการเฉพาะอย่าง ที่นำเงินสดมาเป็นหลักประกันการใช้ไฟฟ้า จ่ายคืนในรูปของดอกเบี้ยปีละ 1 ครั้ง ตามอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์เฉลี่ยทั้งปีของธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา

          2. ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก จะได้รับดอกเบี้ยออมทรัพย์เฉลี่ยทั้งปีของธนาคารกรุงไทย คืนทุก 5 ปี เนื่องจากดอกผลเงินประกันเป็นจำนวนเงินน้อย โดยจะเริ่มจ่ายในปี 2563

ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

ต้องทำอย่างไรถึงได้รับเงินประกันคืน ?

          ผู้วางหลักประกันต้องแจ้งความประสงค์กับการไฟฟ้าฯ ว่า จะขอรับเงินคืน แต่หากไม่ต้องการรับเงินคืน เงินส่วนนั้นก็จะเก็บไว้ได้ดอกผลต่อไป

ลงทะเบียนรับเงินประกันไฟฟ้าได้เมื่อไร ?

          เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และจะไม่มีกำหนดสิ้นสุด ดังนั้นหากเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ก็ไม่ต้องรีบไปลงทะเบียน เพราะสามารถลงทะเบียนได้ตลอดเวลา

ลงทะเบียนอย่างไรได้บ้าง ?

วิธีลงทะเบียนของการไฟฟ้านครหลวง สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี

          ให้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ก่อนลงทะเบียน

            - ชื่อ-นามสกุล ผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก (หมายเลข CA) ซึ่งจะระบุอยู่ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า หรือใบเสร็จรับเงิน หรือหากไม่มีใบแจ้งค่าไฟฟ้า สามารถค้นหาจากในแอปฯ MEA Smart Life ได้

คืนเงินประกันไฟฟ้า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก การไฟฟ้านครหลวง MEA

คืนเงินประกันไฟฟ้า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก การไฟฟ้านครหลวง MEA

        สามารถเลือกลงทะเบียนได้ 3 วิธี คือ

           1. ลงทะเบียนผ่านออนไลน์ ตั้งแต่ 25 มีนาคมเป็นต้นไป

            เลือกช่องทางออนไลน์ที่จะลงทะเบียนได้ 6 ช่องทาง ดังนี้

            - แอปพลิเคชัน MEA Smart Life
            - เว็บไซต์ การไฟฟ้านครหลวง
            - เฟซบุ๊ก การไฟฟ้านครหลวง MEA
            - ทวิตเตอร์ @mea_news
            - Line @meathailand
            - สแกน QR Code ในใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนมีนาคม

             หากลงทะเบียนผ่านออนไลน์จะต้องกรอกรายละเอียด คือ
            - ชื่อ-นามสกุล ผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก (หมายเลข CA) ซึ่งจะระบุอยู่ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า หรือใบเสร็จรับเงิน หรือหากไม่มีใบแจ้งค่าไฟฟ้า สามารถค้นหาจากในแอปฯ MEA Smart Life ได้

             สำหรับผู้ลงทะเบียนช่องทางออนไลน์ เมื่อ MEA ตรวจสอบสิทธิ์แล้วพบว่าเจ้าของหลักประกันมีชื่อตรงกับฐานข้อมูลของผู้วางหลักประกันประเภทเงินสด เจ้าของหลักประกันจะได้รับเงินประกันคืนผ่านช่องทางที่ได้ระบุไว้ในการลงทะเบียนออนไลน์ โดยไม่ต้องแสดงเอกสารเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

           2. ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ (วันที่ 25 มีนาคม-29 พฤษภาคม 2563)

             สำหรับคนที่ไม่สะดวกลงทะเบียนออนไลน์ สามารถโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 02 256 3333 จำนวน 50 คู่สาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ช่วยลงทะเบียนให้ โดยติดต่อได้เฉพาะวัน-เวลาราชการ 08.00-15.30 น. และต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่

            - ชื่อ-นามสกุล ผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัญชีแสดงสัญญา 9 หลัก (หมายเลข CA) ซึ่งจะระบุอยู่ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า หรือใบเสร็จรับเงิน หรือหากไม่มีใบแจ้งค่าไฟฟ้า สามารถค้นหาจากในแอปฯ MEA Smart Life ได้
            - หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้

           3. ติดต่อที่ทำการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

           แนะนำให้ไปติดต่อที่ทำการฯ ในวัน-เวลาราชการ (07.30-15.30 น.) เฉพาะกรณีต่อไปนี้
           - วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินสด
           - ผู้ขอคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทเงินสดที่ติดปัญหา เช่น การโอนสิทธิ์ เปลี่ยนชื่อนามสกุล เสียชีวิต ฯลฯ

           สามารถใช้ช่องทางนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบการแพร่เชื้อ COVID-19

กรณีลงทะเบียนกับ กฟน. จะได้รับเงินประกันคืนอย่างไร ?

          กฟน. จะคืนเงินประกันให้ผ่าน 3 ช่องทาง ขึ้นอยู่กับเราลงทะเบียนเลือกช่องทางไหน

         1. คืนเงินผ่านพร้อมเพย์
         ต้องเป็นบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันเท่านั้น

         2. คืนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
         - ปัจจุบันมีธนาคารเข้าร่วม 3 แห่งคือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย
         - ต้องระบุบัญชีธนาคารของผู้วางหลักประกันเท่านั้น ไม่สามารถใช้บัญชีเงินฝากของผู้อื่นได้ เช่น หากพ่อเป็นผู้วางเงินประกัน จะต้องใช้บัญชีธนาคารของพ่อ ไม่สามารถใช้บัญชีธนาคารของลูกในการรับเงินโอนจากการไฟฟ้าฯ ได้

         3. คืนเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส
          - หากเลือกช่องทางนี้ เราสามารถถือบัตรประชาชนไปรับเงินสดจากเคาน์เตอร์เซอร์วิสตามจุดต่าง ๆ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น ได้เลย แต่จำนวนเงินที่จะได้รับคืนนั้นต้องไม่เกิน 50,000 บาท
          - ไม่มีค่าธรรมเนียม

คืนเงินประกันไฟฟ้า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก การไฟฟ้านครหลวง MEA


วิธีลงทะเบียนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำหรับผู้อยู่อาศัยในต่างจังหวัด

          ให้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ก่อนลงทะเบียน

            - ชื่อ-นามสกุล ผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
            - หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลัก ซึ่งจะระบุอยู่ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า หรือใบเสร็จรับเงิน

คืนเงินประกันไฟฟ้า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

        สามารถเลือกลงทะเบียนได้ดังนี้

          1. สแกน QR Code ในใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนมีนาคม

           เมื่อสแกนแล้วให้กรอกชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า จากนั้นระบบจะตรวจสอบให้ว่าตรงกับฐานข้อมูลของ กฟภ. หรือไม่ พร้อมบอกวงเงินที่จะได้รับคืน หากข้อมูลตรงกันจะได้รับเงินคืนภายในเวลารวดเร็ว 

           กรณีผู้วางเงินประกันเป็นคนอื่น แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นอีกคนหนึ่ง สามารถอ่านคำแนะนำในแอปฯ เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งก็จะมีกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ในแต่ละราย

          2. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์

          สามารถคลิกลงทะเบียนที่เว็บไซต์ https://dmsxupload.pea.co.th/cdp/ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และกรอกรายละเอียดชื่อ-นามสกุล ผู้วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้, หมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลัก

          หากลงทะเบียนสำเร็จจะมี SMS ยืนยันผลการลงทะเบียนและแจ้งผลการคืนเงินให้ทราบ

          3. ติดต่อที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
           แนะนำให้ไปติดต่อที่ทำการฯ เฉพาะกรณีต่อไปนี้ เพื่อลดความเสี่ยงโรค COVID-19
           - วางหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินสด
           - ผู้ขอคืนเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าประเภทเงินสดที่ติดปัญหา เช่น การโอนสิทธิ์ เปลี่ยนชื่อนามสกุล เสียชีวิต ฯลฯ

กรณีลงทะเบียนกับ กฟภ. จะได้รับเงินประกันคืนอย่างไร ?

          ในการลงทะเบียนผ่านออนไลน์ จะให้เราเลือกได้ว่าต้องการรับเงินคืนผ่านช่องทางใด ประกอบด้วย

         1. คืนเงินผ่านพร้อมเพย์
         ต้องเป็นบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนของผู้วางหลักประกันเท่านั้น

         2. คืนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

         3. คืนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

         4. รับเงินสดที่สำนักงานการไฟฟ้า

คืนเงินประกันไฟฟ้า
ภาพจาก เฟซบุ๊ก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค




ได้รับเงินคืนเมื่อไร ?

          เริ่มจ่ายเงินคืนให้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยผู้ที่มีชื่อวางหลักประกันตรงกับชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า จะได้รับเงินคืนก่อน ส่วนกรณีที่ชื่อไม่ตรงกันจะต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ตามขั้นตอนต่อไป

หากผู้วางเงินประกันเสียชีวิตแล้ว จะต้องทำอย่างไร ?

          - กรณีผู้เสียชีวิตจัดตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ให้ผู้จัดการมรดกนำคำสั่งศาลมายื่นเป็นหลักฐาน
          - กรณีไม่มีผู้จัดการมรดก ทายาทต้องนำใบมรณบัตรมายื่นเป็นหลักฐาน

ซื้อบ้านต่อจากผู้วางเงินประกันมาแล้ว จะลงทะเบียนคืนเงินประกันได้ไหม ?

         
          - ผู้ที่ซื้อบ้านมือต่อ ๆ มา หากไม่ได้เป็นผู้วางเงินประกันการใช้ไฟฟ้า จะไม่สามารถลงทะเบียนขอคืนเงินได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินประกันตั้งแต่ต้น จึงไม่มีสิทธิ์ในเงินส่วนนี้

          - ผู้วางหลักประกัน แม้จะขายบ้านไปแล้วแต่ยังสามารถขอรับเงินประกันคืนได้ หากยังไม่ได้โอนมิเตอร์ให้ผู้ซื้อบ้าน

          - ยกเว้นว่า ถ้าผู้วางหลักประกันได้โอนสิทธิ์/เปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์ให้ผู้ซื้อบ้านแล้ว ผู้ซื้อบ้านจึงสามารถลงทะเบียนขอคืนเงินได้ ดังนั้น หากใครซื้อบ้านต่อ แล้วยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อมิเตอร์ไฟฟ้า ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของบ้านคนแรกที่ขอมิเตอร์ก่อน

          อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวมีหลายกรณีด้วยกัน เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบสิทธิ์เป็นกรณี ๆ ไป ดังนั้นหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ การไฟฟ้านครหลวง โทร. 1130 หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร. 1129


* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 20 มีนาคม 2563

ข้อมูลจาก


ไม่มีความคิดเห็น