Header Ads

นศ.รถเสียหลักลงเองก่อนโดนรถบรรทุกพ่วงวิ่งผ่านมาทับร่างซ้ำ

นศ.รถเสียหลักลงเองก่อนโดนรถบรรทุกพ่วงวิ่งผ่านมาทับร่างซ้ำ

นักศึกษาแพร่,รถบรรทุกพ่วง,ทับร่าง,ดับ,แพร่

ดับอนาจ!! นักศึกษาวิทยาลัยดังแพร่ รถเสียหลักลงเอง ดวงดับโดนรถบรรทุกพ่วงวิ่งมาทับร่าง ดับคาที่




         เมื่อเวลา 02.45 น. ของวันที่ 16 มกราคม 2563 ร.ต.อ.วุฒิชัย ชูรัตนศุภวันนท์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งเหตุ มีรถเสียหลักล้มเอง และมีเหตุซ้ำซ้อน รถบรรทุกพ่วงวิ่งมาทับชายที่บาดเจ็บซ้ำจนเสียชีวิต บริเวณ ยูเทริน์กาดแม่คำแป๋ ถนนบายพลาส หมายเลข 129 ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย จากสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ตรวจสอบ
 เมื่อไปถึงบริเวณสถานที่เกิดเหตุ พบร่างชายนอนอยู่กลางถนน สภาพ ศีรษะโดยทับสมองและชิ้นส่วนเละกระจายบนท้องถนน ห่างจากจุดเกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฟีโน้ทะเบียนหมายเลข กษฉ 894 แพร่ ล้มอยู่ ต่อมาทราบชื่อคนเสียชีวิตคือนายรังสรรค์  ราญรอน อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 6/1 ม.4 ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ เป็นนักศึกษาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดแพร่ สอบถามทราบว่า นายรังสรรค์ พึ่งเลิกงานหลักจากทำงานหลังเลิกเรียนเพื่อส่งตัวเองเรียน และกำลังจะกลับหอพัก แต่ระหว่างทางเกิดรถเสียหลักล้มและได้รับบาดเจ็บ มีพลเมืองดีเห็นในเหตุการณ์จึงเข้ามาช่วยเหลือและโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย โดย ได้นำถังขยะ และรถ และไฟให้สัญญาณฉุกเฉินเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
ซึ่งขณะที่รอเจ้าหน้าที่อยู่นั้นก็มีรถบรรทุกพ่วงทะเบียน  70-1375 พะเยา วิ่งมาด้วยความเร็ววิ่งเข้ามาทับร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่นอนอยู่ จนศีรษะแตกเละ และเสียชีวิตทันที และคนขับลงมาต่อมาทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย  กุลวงศ์ อายุ 29 ปีที่อยู่ 345 ม.4 ต.ป่ากลาง อ.บัว จ.น่านเป็นผู้ขับขี่ ท่ามกลางเสียงตะโกนของพลเมืองดีที่ช่วยเหลือต่างพากันตะโกนด่า จากนั้นชายคนขับรถลงมาดูรู้ว่ามีผู้เสียชีวิต จากนั้น ชายคนดังกล่าวได้ขึ้นไปขับรถออกจากที่เกิดเหตุ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่สายตรวจติดตามไปจนถึงร้านอาหารแสงจันทร์ จึงได้นำตัวมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ร้อยเวรเพื่อติดตามและสอบสวนถึงสาเหตุ การเกิดเหตุครั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาณทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เก็บชิ้นส่วนร่างของผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.แพร่ และได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับญาติเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

กัญญสร ถิ่นทิพย์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดแพร่

ไม่มีความคิดเห็น